วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2553

แว็กซ์ขนที่ลับ ทรงไหนแอบฮอตติดฮิตในหมู่สาว?!

       By Lady Manager
     
       
วิธีกำจัดขนที่เรียกว่า แว็กซ์ (wax) แค่ป้ายแว็กซ์ลงบนผิวแล้วดึงปรื้ดเดียว ขนก็หลุดมาทั้งยวง แว็กซ์แต่ละทีได้ผลเลิศ เพราะกว่าขนจะโผล่หลอมแหลมขึ้นมาอีกทีก็เกือบเดือนนู่นแหละ
     
       
ได้ผลน่าพอใจแบบนี้เอง สาวๆ บ้านเราเลยฮิตกันนัก ทั้งแว็กซ์ ขา , แขน , คิ้ว , จุ๊กกุแร้ ไปจนถึงแว็กซ์ขนให้น้องสาว! ซึ่งอย่างหลังเนี้ย ว่ากันว่ากำลังมาแรงแซงทุกโค้งการแว็กซ์เชียว
     
       
“ใช่ค่ะ เดี๋ยวนี้คนมาแว็กซ์ขนบริเวณน้องสาวกันเยอะขึ้นมาก”
     
       
โอว ชิน ยาน สาวชาวสิงคโปร์ เจ้าของ Honeypot Wax Boutique ทั้ง 7 สาขาทั่วโลก และสุชัญญา ลิ่มสกุล ผู้บริหารร้าน Honeypotฯ ประจำประเทศไทยประสานเสียงตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ
นั่งด้านซ้าย คุณสุชัญญา ลิ่มสกุล /นั่งด้านขวา คุณโอว ชิน ยาน
       สำหรับร้าน Honeypot ฯ มีทั้งหมด 7 สาขา ในประเทศสิงคโปร์ , อินโดนีเซีย, ไทย และมาเลเซียค่ะ ด้วยความที่ร้านเปิดมากว่า 5 ปี แถมได้รับรางวัลบราซิลเลี่ยนแว็กซ์ (Brazilian Wax) หรือการกำจัดขนบริเวณน้องสาวจากนิตยสารแฟชั่นชื่อดังของสิงคโปร์ 3 ปีซ้อนมาการันตี จึงแน่ใจว่า โอกาสนี้ได้เจอกับกูรูตัวจริงเรื่องการแว็กซ์ขนน้องสาวซะแล้ว
     
       
“เดี๋ยวนี้การทำบราซิลเลี่ยนแว็กซ์ ถือเป็นเรื่องธรรมดามากๆ ยิ่งในต่างประเทศ มันเป็นเรื่องธรรมดาเลย เหมือนกับว่าเราจะไปว่ายน้ำเราก็ต้องทำ บางคนอาจจะแค่เล็ม หรือตัดเอาเอง แต่การทำบราซิลเลี่ยนแว็กซ์มันดีกว่านั้น มันทำให้คุณใส่ชุดว่ายน้ำได้ทุกประเภทด้วยความมั่นใจ” ผู้บริหารชาวสิงคโปร์บอกเล่าถึงกระแสความนิยมในต่างประเทศ
     
       
กลับมาทางบ้านเรา เมื่ออยากรู้ถึงกระแสความฮอตฮิตของบราซิลเลี่ยนแว็กซ์ในเมืองไทย ผู้บริหารสุชัญญาก็เคลียร์ให้เราชัดทุกประเด็นค่ะ
     
       
“ทุกวันนี้บราซิลเลี่ยนแว็กซ์ในเมืองไทย ถือว่ามีคนที่ให้ความสนใจมากขึ้น เยอะเลยค่ะ บางคนในครั้งแรกอาจจะเข้ามาถามกับทางร้านแล้วกลับไป หลังจากนั้นก็โทรเข้ามาถามใหม่ เป็นคนเดิมกับคำถามเดิม จนสุดท้ายเค้าก็ตัดสินใจเข้ามาทำ ซึ่งหลายคนอาจคิดว่า การทำบราซิลเลี่ยนแว็กซ์ จะเป็นคนต่างชาตินิยมมาทำมากกว่า แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ เพราะร้านเรามีคนไทยเข้ามาทำบราซิลเลี่ยนแว็กซ์มากถึง 70-80% ที่เหลือถึงเป็นชาวต่างชาติ”
     
       
ลูกค้าใจสู้ (ไม่หวั่นเจ็บ) มีตั้งแต่เอ๊าะวัย 14 ยันสาว 62!
     
       
“อายุคนที่เข้ามาทำบราซิลเลี่ยนแว็กซ์ที่นี่จะแตกต่างกันไปค่ะ อายุที่น้อยที่สุดที่เข้ามาทำคือ 14 ปีและมากที่สุด 62 ปี แต่ส่วนใหญ่จะเป็นวัยทำงาน คือ อายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มคนที่รู้จักซีรี่ส์ (series) เรื่องเซ็กซ์ แอนด์ เดอะ ซิตี้ (Sex and the City) แล้ว คือ เรื่องนี้เขาจะมีการพูดถึงบราซิลเลี่ยนแว็กซ์บ่อยๆ เช่นฉากที่มิแรนด้าบอกกับซาแมนต้าว่า ถ้าพรุ่งนี้ฉันจะต้องตาย ฉันจะไปทำบราซิลเลี่ยนแว็กซ์ก่อน เพราะมันเป็นเหมือนสิ่งที่ทำให้เธอมั่นใจ ซึ่งสาวๆ หลายคนรู้สึกคุ้นเคยกับบราซิลเลี่ยนแว็กซ์จากตรงนี้ด้วย”
     
       
สาเหตุที่สาวๆ ตกลงใจแว็กซ์ตัดแต่งทรงให้น้องสาว ก็มาจากข้อดีในเรื่องความสะอาด และความมั่นใจค่ะ เพราะเวลาจะใส่บิกินี่ (Bikini) ทั้งที คงไม่มีใครหร้อกที่จะยอมปล่อยให้ขนยาวรุงรัง โผล่เล็ดลอดออกมาโชว์ให้คนอื่นเห็น
       “ข้อดีที่สำคัญของการแว็กซ์จุดนี้คือ สะอาดขึ้น เพราะว่าผู้หญิงเรา เวลามีรอบเดือนขนที่รุกรังรัง ก็ยิ่งทำให้อับชื้น รวมถึงเรื่องของกลิ่นอับด้วย แน่นอนว่าขนอาจจะปกป้องเราได้จากสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่จริงๆ แล้วคนที่ดูแลตัวเองไม่ดี มันก็หมายความว่าขนเป็นที่เพาะเชื้อโรคเพาะกลิ่นได้เหมือนกัน
     
       
บางคนอาจจะมองว่าเอาออกแล้วจะไม่ได้ป้องกันอะไร แต่เรามองว่ามันไม่มีผลเลยค่ะ ไม่อย่างนั้นผู้หญิงทั่วไปคงไม่เอาขนรักแร้ออก ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องของความต้องการกำจัดขนในส่วนที่ไม่ต้องการมากกว่า และเช่นเดียวกันถ้าคุณห่วงเรื่องการแต่งตัว เช่นคุณจะไปว่ายน้ำแล้วชุดเป็นสีขาวเนี่ย ถ้าไม่แว็กซ์ก็คงไม่ไป เพราะฉะนั้นเรื่องของการแว็กซ์จุดซ่อนเร้นนี้ จึงเป็นการทำให้ผู้หญิงมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น” ผู้บริหารสาวให้ข้อมูล
     
       
แท้จริงแล้ว การแว็กซ์ขนบริเวณจุดซ่อนเร้น มี 2 แบบค่ะ คือแบบบิกินี่ แว็กซ์ (Bikini Wax) หรือแว็กซ์เฉพาะขนด้านข้างจุดซ่อนเร้น เพื่อให้ใส่บิกินี่ได้อย่างสวยงาม มั่นใจว่าไม่มีเส้นขนชี้โด่ชี้เด่โผล่พ้นมาโชว์ความยาว กับอีกแบบคือ บราซิลเลี่ยนแว็กซ์ นั่นคือแว็กซ์ไปถึงตัวน้องสาวเลย ซึ่งแบบหลังนี้ผู้บริหารร้านสาวแห่ง Honeypotฯ ยืนยันว่าได้รับความนิยมมากกว่า
     
       
“ถ้าเป็นคนไทยที่มาแว็กซ์ขนน้องสาว บอกได้เลยว่าส่วนใหญ่มาแว็กซ์ แบบบราซิลเลี่ยนเกือบทั้งนั้น เพราะการแว็กซ์ไม่ว่าจะแว็กซ์แค่บิกินี่ หรือว่าบราซิลเลี่ยนแว็กซ์ ก็ต้องถอดหมดอยู่ดี ดังนั้นไหนๆ ก็ถอดแล้วส่วนใหญ่จึงเลือกทำบราซิลเลี่ยนไปเลย”
     
       
อาล่ะ รู้เรื่องราวหลากแง่มุมของการทำบราซิลเลี่ยนแว็กซ์แล้ว จากนี้เรามาเจาะลึกถึงขั้นตอน การเลือกสรรแต่งทรงให้น้องสาวกันค่ะ
     
       
เตรียมตัวก่อนแว็กซ์
     
       
“แค่เปิดใจให้กว้าง ทำใจให้สบายๆ คือไม่ต้องเตรียมตัวอะไร แม้มีหนังสือบางเล่ม ที่จะแนะนำให้ทานยาแก้ปวดมาก่อนสิ แต่สำหรับร้านเราบอกได้เลยว่าถ้ามาที่เรา แค่เปิดใจให้กว้างแล้วเข้ามาได้เลย เพราะจริงๆ แล้วมันไม่ได้เจ็บขนาดนั้น และที่สำคัญ ยาแก้ปวดก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากหรอก” กูรูด้านการแว็กซ์ แนะนำถึงขั้นแรกของการเตรียมตัว
     
       
เลือกหลากทรงให้น้องสาว
     
       
คิดตัดผม ยังต้องหาทรงที่ถูกใจ แล้วจะแต่งทรงให้จุดซ่อนเร้นทั้งที คงต้องมีให้คัดสรรกันหน่อย ร้านนี้เค้าก็รู้ใจจัด 4 ทรงเก๋ๆ มาให้เลือกกันค่ะ
       1. Play Boy (Landing Strip)
     
       สำหรับรูปทรงเพลย์บอย (Play Boy) จะมี 2 แบบด้วยกันค่ะ แบบแรกนี้เรียกว่า Landing Strip คือ แว็กซ์ด้านข้างออกให้เกลี้ยงเกลา เหลือไว้เฉพาะขนบริเวณกึ่งกลาง เลี้ยงเป็นแนวยาวขึ้นไป
     
       
ที่มาของชื่อเรียกว่าเพลย์บอยนั้นผู้บริหาร Honeypotฯ ประเทศไทย อธิบายว่า “เป็นชื่อเรียกตามนิตยสารเพลย์บอยค่ะ ที่นางแบบส่วนใหญ่ในนิตยสาร จะนิยมแว็กซ์แบบนี้กัน ซึ่งการแว็กซ์ทรงนี้เจ้าของร้านชาวสิงคโปร์ ก็คิดเองว่าจะชื่ออะไรดีให้ไม่ซ้ำกับคนอื่น ก็เลยตั้งเป็นชื่อนี้ขึ้นมา”
       2. Play Boy (Triangle)
     
       
ถือเป็นทรงเพลย์บอยรูปแบบที่สองค่ะ ทรงนี้จะเหลือผมของน้องเราไว้ เป็นสามเหลี่ยมเล็กๆ ด้านบน (จินตนาการได้ตามภาพ) เอาให้ดูจุ๋มจิ๋มน่ารัก ขณะที่ด้านข้างจะแว็กซ์ ออกให้โล่งเตียน 
       3. L’amour หรือ (Heart Shape)
     
       
ค่อนข้างใช้ฝีมือในการออกแบบ และกำหนดรูปทรงมากกว่าแบบอื่นสักหน่อย สำหรับ “ทรงหัวใจ” นี้ เพราะอย่างที่เห็น ส่วนเว้า ส่วนโค้งเยอะเอาการ ต้องอาศัยช่างที่ชำนาญถึงจะออกมาสวยเนี้ยบ ทว่าสาวบ้านเราหากจะทำต้องคิดถ้วนถี่สักนิด เพราะผู้บริหารหน้าหวาน แนะนำอย่างจริงใจว่า
     
       
“เราจะบอกลูกค้าที่เป็นชาวไทยเสมอว่า ทรงนี้จะไม่ค่อยเหมาะกับคนเอเชียเท่าไหร่ค่ะ เพราะขนของเราส่วนใหญ่จะขึ้นแบบแนบผิวขึ้นไป ไม่ได้ฟู เป็นพุ่มเหมือนอย่างชาวยุโรป เพราะฉะนั้นทำออกมาอาจจะไม่ค่อยสวย ไม่เหมือนทางยุโรปที่ทำออกมาแล้วจะดูฟู มีเนื้อขนขึ้นมา จะสวยต่างกันเลย แต่หากใครชอบก็สามารถทำได้นะคะ เพราะของอย่างนี้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนด้วย”
       4. Hollywood
     
       
ทรงนี้ดาราฮอลลีวูดเค้าฮิตกันค่ะ (มิน่าถึงตั้งชื่อนี้) ส่วนคำจำกัดความสั้นๆ ของมันคือ “เนียนใส ไร้ขน”รับรองว่าเป็นที่ถูกใจนัก สำหรับผู้ชื่นชอบความเกลี้ยงเกลา ดูราวกับ ย้อนวัยไปเป็นเด็กอีกสักรอบ
       เพราะบราซิลเลี่ยนแว็กซ์แบบฮอลลีวู้ดนี้ เขากำจัดขนทั้งด้านหน้าและด้านหลังออกจนเรียบ ไม่เหลือไว้สักกระจุก จึงให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง แถมดูแลความสะอาดได้ง่ายอีกด้วยคุณสมบัติเด่นหลายข้ออย่างนี้เอง ถึงกลายเป็นทรงฮิตอันดับหนึ่งของร้านนี้ไปเลย
     
       
สนนราคาสำหรับบิกินี่ แว็กซ์ 700 บาท /บราซิลเลี่ยนแว็กซ์ทรงฮอลลีวู้ดราคา 1,500 บาท /ทรงเพลย์บอย 1,600 บาท และทรงหัวใจ 1,700 บาทค่ะ
     
       
เกณฑ์การตัดสินใจเลือกทรง
     
       
ถึงจะได้ยลโฉมแต่ละทรงแล้ว ทว่าหลายคนอาจไม่มั่นใจนัก ว่าทรงไหนจะเหมาะกับเรา มีเกณฑ์การเลือกอย่างไร ต้องดูพื้นฐานรูปทรงน้องสาวตัวเองหรือเปล่า? กูรูสุชัญญาของเรามีคำแนะนำมาว่า
     
       
“การเลือกทรง คงไม่ถึงกับต้องดูว่า ทรงของน้องเราเป็นแบบไหน เพราะขึ้นอยู่กับความชอบเลยค่ะ แต่หากจะหาเกฎณฑ์ในการตัดสินใจ อาจจะมองได้สองด้าน หนึ่งตัวเราเองต้องการรูปแบบไหน เช่นชอบแบบฮอลลีวู้ดเพราะดูแลความสะอาดได้ง่าย หรืออันที่สองสำหรับคนมีคู่แล้วก็อาจมีความชอบของแฟนมาตัดสินด้วย เช่นหนุ่มบางคนอาจจะไม่ชอบแบบฮอลลีวู้ด เพราะดูเด็กเกินไป สาวๆ บางคนก็อาจเชื่อตามแฟน เกณฑ์การตัดสินใจก็จะประมาณนี้มากกว่า”
     
       
หลังตัดสินใจเลือกทรงได้แล้ว เมื่อเข้าสู่ห้องแว็กซ์ ซึ่งขั้นตอนนี้ คงต้องสงวนไม่มีภาพนะคะ (เสียใจกับหนุ่มๆ ที่แอบชะแวบเข้ามาดู ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยนะจ๊ะ...อิอิ)
     
       
ขั้นตอนการแว็กซ์ สำหรับการทำบราซิลเลี่ยนแว็กซ์ ของ Honeypotฯ มีจุดสำคัญๆ ดังนี้ค่ะ
     
       
- หากขนน้องสาว คุณยาวมาก...ไม่เก็บไว้ถักเปียค่ะ ช่างต้องเล็มขนออกให้เหลือประมาณ 5 มิลลิเมตรก่อน เพราะนั่นเป็นความยาวที่การแว็กซ์ จะได้ผลดีที่สุด (ดึงทีเดียวออกเกลี้ยงทั้งแนว ไม่ต้องทนเจ็บหลายที)
     
       
- ป้ายแว็กซ์ด้วยไม้พาย ซึ่งไม้พายที่นี่ป้ายไม้เดียวแล้วทิ้งค่ะ มั่นใจเรื่องความสะอาดได้ 100%
     
       
- เมื่อแว็กซ์แห้งกำลังดี จึงดึงอย่างรวดเร็วแบบไม่ให้คุณตั้งตัว ประกอบกับเนื้อแว็กซ์ เป็นสูตรเฉพาะที่มีความหนืดพอเหมาะ จึงเป็นเคล็ดลับซึ่งทำให้ลูกค้าร้านนี้ไม่รู้สึกเจ็บมาก
     
       
- สิ่งสำคัญที่สุดคือ ห้องบริการมิดชิด ให้ความรู้สึกปลอดภัย ขณะที่ช่างผู้ให้บริการถูกฝึกมาให้ปฏิบัติตัวให้ลูกค้าไม่รู้สึกเขินอาย สายตาและท่าทางการวางมือไม่จาบจ้วง และมีการพูดคุยเพื่อให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกผ่อนคลายที่สุด
     
       
แว็กซ์แล้วต้องดูแลแบบนี้จ้า
     
       
- หลังแว็กซ์ 24 ชั่วโมงไม่ควรอาบน้ำอุ่น หรืออบซาวน์น่า เพราะจะเป็นการไปเปิดรูขุมขนซ้ำอีก
     
       
- หลีกเลี่ยงแดดจัดหลังทำสัก 8 ชั่วโมง และไม่ควรใส่ชั้นในที่รัดแน่นเกินไป ดังนั้นหากอยากใส่บิกินี่ อวดโฉมริมหาด แนะนำให้แว็กซ์ขนล่วงหน้า อย่าผลีผลามแว็กซ์เสร็จใส่เลย เดี๋ยวน้องหนูคุณดำปี๋ไม่รู้ด้วย...
     
       
- 2-3 วันหลังแว็กซ์ ควรขัดผิดเบาๆ เพื่อป้องกันการเกิดขนคุด ด้วยสครัปละเอียด 



   ที่มาข้อมูล : http://kruracha.blogspot.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น